Share

       เมื่อรู้ว่ากำลังจะเป็น "คุณแม่" ความรู้สึกแรกคือความดีใจ แต่ตามมาด้วยความกังวลสารพัด โดยเฉพาะเมื่อคุณหมอสูตินรีเวชทั่วไปเริ่มเอ่ยถึงคำว่า "MFM" หรือส่งตัวคุณไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านนี้ คุณแม่หลายคนอาจจะตกใจว่า “เกิดอะไรขึ้นกับลูกในท้องหรือเปล่า?” “ท้องของเรามีปัญหาอะไรไหม?”



       บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ คุณหมอ MFM ว่าพวกเขาคือใคร ทำไมคุณแม่ท้องบางคนถึงต้องเจอ และทำไมการพบหมอ MFM ถึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือการเพิ่มเกราะความปลอดภัยให้กับคุณแม่และทารกในครรภ์


คุณหมอ MFM คือใคร? แตกต่างจากหมอสูติฯ ทั่วไปอย่างไร?

       MFM ย่อมาจาก Maternal-Fetal Medicine หรือในภาษาไทยเรียกว่า "แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์" พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ คุณหมอ MFM คือคุณหมอสูตินรีเวชที่เรียนต่อยอดเฉพาะทางลึกลงไปอีก เพื่อดูแล "คุณแม่และทารกที่มีภาวะครรภ์เสี่ยงสูง" หรือมีภาวะแทรกซ้อนซับซ้อนโดยเฉพาะ

  • หมอสูติฯ ทั่วไป (OB/GYN): ดูแลการฝากครรภ์ปกติ ตรวจครรภ์ทั่วไป และทำคลอดปกติ
  • หมอ MFM: เข้ามารับไม้ต่อหรือทำงานร่วมกับหมอสูติฯ ทั่วไป เมื่อพบว่าครรภ์นั้นมีแนวโน้มที่จะมีความเสี่ยง หรือต้องการการตรวจวินิจฉัยทารกในครรภ์อย่างละเอียดเป็นพิเศษ

5 เหตุผลหลัก ทำไมแม่ท้องต้องเจอคุณหมอ MFM?

       ไม่ใช่แม่ท้องทุกคนที่ต้องพบหมอ MFM แต่ถ้าคุณจัดอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ การได้พบคุณหมอ MFM จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก


1. คุณแม่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว

        หากคุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, โรคพุ่มพวง (SLE), โรคหัวใจ หรือโรคไต การตั้งครรภ์จะทำให้ร่างกายรับภาระหนักขึ้น คุณหมอ MFM จะช่วยวางแผนควบคุมโรคควบคู่ไปกับการดูแลทารกไม่ให้ได้รับผลกระทบจากโรคหรือยาที่คุณแม่ทาน


2. เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

       เช่น ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์, ครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia), รกเกาะต่ำ, หรือมีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด คุณหมอ MFM จะมีความเชี่ยวชาญสูงในการยื้ออายุครรภ์ให้ยาวนานที่สุด เพื่อให้ทารกคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย


3. ท้องแฝด (Multifetal Pregnancy)

       การอุ้มท้องลูกมากกว่า 1 คน (แฝดสอง แฝดสาม หรือมากกว่า) ถือเป็นความเสี่ยงโดยธรรมชาติ เช่น เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด หรือภาวะแฝดแย่งเลือดกัน (TTTS) การดูแลโดยหมอ MFM จะช่วยมอนิเตอร์การเจริญเติบโตของเด็กๆ ได้อย่างแม่นยำ


4. ต้องการตรวจคัดกรองหรือวินิจฉัยทารกในครรภ์ขั้นสูง

       หากผลการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมมีความเสี่ยงสูง หรือคุณหมอสงสัยว่าทารกอาจมีความผิดปกติทางพันธุกรรม/โครงสร้างร่างกาย คุณหมอ MFM จะเป็นผู้ทำหัตถการขั้นสูง เช่น:

  • การทำอัลตราซาวด์ความละเอียดสูง (Target Ultrasound) เพื่อดูอวัยวะทุกส่วนของทารก
  • การเจาะคร่ำ (Amniocentesis) หรือการเจาะชิ้นเนื้อรก (CVS)
  • การให้เลือดทารกในครรภ์ (กรณีทารกซีด)

5. คุณแม่เคยมีประวัติคลอดผิดปกติในครรภ์ก่อน

       เช่น เคยแท้งบุตรหลายครั้ง, เคยคลอดก่อนกำหนด, หรือเคยมีบุตรที่มีความพิการแต่กำเนิด การพบหมอ MFM ตั้งแต่เนิ่นๆ ในครรภ์ถัดไป จะช่วยวางแผนป้องกันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย


สรุปความแตกต่าง: ฝากครรภ์ทั่วไป VS ดูแลโดยหมอ MFM

หัวข้อเปรียบเทียบ การฝากครรภ์ทั่วไป (OB/GYN) การดูแลโดยหมอ MFM
กลุ่มเป้าหมาย คุณแม่ครรภ์ปกติ ไม่มีโรคแทรกซ้อน คุณแม่ครรภ์เสี่ยงสูง หรือทารกมีภาวะผิดปกติ
ความถี่ในการตรวจ ตามมาตรฐาน (เดือนละครั้ง ช่วงท้ายสัปดาห์ละครั้ง) บ่อยกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
เครื่องมืออัลตราซาวด์ ดูการเจริญเติบโตทั่วไป, เพศ, ตำแหน่งรก อัลตราซาวด์ละเอียดขั้นสูง ตรวจหัวใจ สมอง และอวัยวะภายในทารก
การทำหัตถการ ตรวจภายใน, เจาะเลือดทั่วไป เจาะคร่ำ, เจาะเลือดสายสะดือทารก, ผ่าตัดทารกในครรภ์

 


       การถูกส่งตัวไปพบคุณหมอ MFM ไม่ได้แปลว่าจะเกิดข่าวร้ายเสมอไปค่ะ ในทางกลับกัน มันคือ "ความโชคดี" ที่คุณแม่และลูกน้อยจะได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มองเห็นลึกกว่า เพื่อป้องกันปัญหาล่วงหน้า ให้คุณแม่สามารถอุ้มท้องได้อย่างสบายใจจนถึงวันคลอด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขึ้นอยู่กับการตกลงและโรงพยาบาลค่ะ ในบางเคสคุณหมอ MFM จะร่วมมือกับหมอสูติฯ ประจำตัวของคุณแม่

ได้ค่ะ คุณแม่ส่วนใหญ่นิยมมาพบคุณหมอ MFM ในช่วงอายุครรภ์ 18-22 สัปดาห์

คุณแม่ท้องบางคนอาจต้องเจอหมอ MFM หากมีโรคประจำตัวหรือครรภ์เสี่ยงสูง