รับมืออย่างไร? เมื่อลูกป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส
อีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็ก โดยมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ทำให้เกิดผื่นตุ่มน้ำใสตามร่างกาย พร้อมอาการคันและไข้ แม้โดยทั่วไปจะไม่รุนแรง แต่ก็สร้างความกังวลให้พ่อแม่ไม่น้อย บทความนี้จะช่วยแนะนำวิธีดูแลลูกอย่างถูกต้องและปลอดภัย
อาการของอีสุกอีใสที่ควรรู้
เด็กที่เป็นอีสุกอีใสมักมีอาการ ดังนี้
• มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
• มีผื่นแดงขึ้นตามตัว แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใส
• คันมาก โดยเฉพาะช่วงที่ตุ่มเริ่มแห้ง
• ตุ่มสามารถขึ้นได้ทั่วร่างกาย รวมถึงใบหน้า หนังศีรษะ และในปาก
วิธีดูแลลูกเมื่อเป็นอีสุกอีใส
1. ลดไข้และบรรเทาอาการไม่สบาย
• ใช้ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล (หลีกเลี่ยงแอสไพริน)
• ให้ลูกพักผ่อนมาก ๆ และดื่มน้ำเพียงพอ
2. ลดอาการคัน
• ตัดเล็บให้สั้น ป้องกันการเกา
• ใช้โลชั่นหรือยาทาผิวที่ช่วยลดอาการคัน เช่น คาลาไมน์
• สวมเสื้อผ้าหลวม ระบายอากาศได้ดี
3. ดูแลความสะอาดผิว
• อาบน้ำได้ตามปกติ โดยใช้สบู่อ่อน ๆ
• ซับตัวเบา ๆ หลีกเลี่ยงการถูแรง
4. ป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน
• ห้ามแกะหรือเกาตุ่ม
• หากตุ่มมีหนอง บวมแดง หรือเจ็บมาก ควรพบแพทย์
5. แยกเด็กออกจากผู้อื่น
• อีสุกอีใสแพร่กระจายได้ง่าย
• ควรให้ลูกหยุดเรียน และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นจนกว่าตุ่มจะแห้งตกสะเก็ด
เมื่อไหร่ควรพาไปพบแพทย์
ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้
• ไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน
• ซึมลง หายใจลำบาก
• มีผื่นลุกลามรุนแรง หรือมีหนอง
• เด็กมีโรคประจำตัว หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
การป้องกันอีสุกอีใส
• ฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย
• รักษาสุขอนามัย เช่น ล้างมือบ่อย ๆ
แม้ อีสุกอีใส จะเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กและมักหายเองได้ แต่การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความทรมานของลูก และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ หากมีอาการผิดปกติ อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
