การตรวจ EKG (Electrocardiogram) หรือที่เรียกกันว่า ”คลื่นไฟฟ้าหัวใจ“ เป็นการตรวจที่ช่วยบันทึก “สัญญาณไฟฟ้า” ของหัวใจในขณะที่หัวใจกำลังเต้นอยู่ เป็นการตรวจที่รวดเร็ว ไม่เจ็บ และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่สามารถให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจได้อย่างมาก

หัวใจของเราทำงานโดยอาศัยกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กที่ส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวและคลายตัวอย่างเป็นจังหวะ การตรวจ EKG จะติดแผ่นนำไฟฟ้าบนผิวหนังบริเวณหน้าอก แขน และขา เพื่อตรวจจับสัญญาณไฟฟ้าเหล่านี้ แล้วแสดงผลเป็นกราฟเส้นคลื่น
แพทย์จะดูจากรูปแบบของคลื่น เช่น
• อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate)
• จังหวะการเต้น (Rhythm)
• ความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้า
1. หัวใจเต้นเร็วหรือช้าเกินไปหรือไม่
EKG สามารถบอกได้ว่าหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (หัวใจเต้นเร็ว-Tachycardia) หรือเต้นช้าเกินไป (Bradycardia) ซึ่งอาจทำให้มีอาการใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลม
2. หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่ (Arrhythmia)
EKG เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น
• ภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial fibrillation)
• หัวใจเต้นแทรก
• จังหวะเต้นไม่สม่ำเสมอ
ภาวะเหล่านี้บางครั้งผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัว แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง
3. มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือไม่
หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือสงสัยหัวใจวาย EKG สามารถช่วยบอกสัญญาณของ
• กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
• กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack)
การตรวจอย่างรวดเร็วช่วยให้แพทย์ตัดสินใจรักษาได้ทันท่วงที
4. หัวใจโตหรือผนังหัวใจหนาหรือไม่
ในบางกรณี EKG สามารถบอกสัญญาณว่าหัวใจห้องใดห้องหนึ่งโตหรือหนาผิดปกติ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูงหรือโรคลิ้นหัวใจ
5. ความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือด
ระดับโพแทสเซียมหรือแคลเซียมที่ผิดปกติสามารถทำให้รูปคลื่นไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงได้ EKG จึงช่วยบอกเบาะแสเกี่ยวกับความสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย
• ผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่น เหนื่อยง่าย หน้ามืด
• ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
• ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
• ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพประจำปี
• ผู้ที่ต้องผ่าตัดหรือทำหัตถการบางอย่าง
แม้ EKG จะมีประโยชน์มาก แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ทุกปัญหาหัวใจ เช่น การตีบของหลอดเลือดหัวใจในระยะเริ่มต้น หรือโครงสร้างหัวใจอย่างละเอียด ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติม เช่น
• อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram)
• การทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test)
• การฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ
การตรวจ EKG เป็นการตรวจพื้นฐานที่สำคัญ ช่วยให้เราทราบถึงจังหวะและสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจ สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หากคุณมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ อย่าละเลยสัญญาณเตือนเล็ก ๆ เพราะการตรวจเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ในอนาคตได้