การปรับเวลากินยาช่วงถือศีลอด: ไม่ควรปรับยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง การถือศีลอดเป็นช่วงเวลาสำคัญทางศาสนาและจิตใจของชาวมุสลิม โดยเฉพาะในเดือน Ramadan ซึ่งผู้ถือศีลอดจะงดอาหารและน้ำตั้งแต่รุ่งเช้าจนถึงพระอาทิตย์ตก อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องรับประทานยาเป็นประจำ การปรับเวลาใช้ยาในช่วงนี้จำเป็นต้องทำอย่างระมัดระวัง และ ไม่ควรปรับยาเองโดยเด็ดขาด

หลายคนเข้าใจว่าการเลื่อนเวลากินยาไปช่วงก่อนรุ่งเช้า (ซูโฮร์) หรือหลังพระอาทิตย์ตก (อิฟตาร์) เป็นเรื่องง่าย แต่ในความเป็นจริง ยาแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและระยะเวลาออกฤทธิ์แตกต่างกัน การเปลี่ยนเวลาโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
อาจส่งผลให้ :
• ระดับยาในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป
• อาการของโรคกำเริบ
• เกิดผลข้างเคียงรุนแรง
• ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น
• เบาหวาน
• ความดันโลหิตสูง
• โรคหัวใจ
• โรคไต
• โรคลมชัก
กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูง หากปรับขนาดหรือช่วงเวลาการใช้ยาเองโดยไม่มีคำแนะนำทางการแพทย์
• ยาลดน้ำตาลในเลือด / อินซูลิน
หากปรับผิดเวลา อาจเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ (หน้ามืด ชัก หมดสติ) หรือสูงเกินไปจนเกิดภาวะแทรกซ้อน
• ยาควบคุมความดันโลหิต
การเว้นช่วงนานเกินไปอาจทำให้ความดันพุ่งสูง เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
• ยากันชัก
ระดับยาไม่คงที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้
• ยาปฏิชีวนะบางชนิด
ต้องรับประทานตรงเวลาตามรอบที่กำหนดเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
คำแนะนำที่ปลอดภัยที่สุดคือ ปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก่อนเริ่มถือศีลอด เพื่อให้แพทย์:
1. ประเมินความพร้อมของร่างกาย
2. พิจารณาว่าสามารถถือศีลอดได้หรือไม่
3. ปรับชนิดยาเป็นแบบออกฤทธิ์ยาว (ถ้าเหมาะสม)
4. กำหนดเวลาใช้ยาที่ปลอดภัย
5. แนะนำการสังเกตอาการผิดปกติ
ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้งดถือศีลอดชั่วคราว หากความเสี่ยงต่อสุขภาพสูง ซึ่งในหลักศาสนาอิสลามเองก็ให้ความสำคัญกับการดูแลชีวิตและสุขภาพเป็นหลัก
หากระหว่างถือศีลอดมีอาการดังต่อไปนี้ ควรหยุดถือศีลอดและรีบพบแพทย์:
• หน้ามืด เวียนศีรษะรุนแรง
• ใจสั่น เหงื่อออกมาก
• หมดสติ
• เจ็บหน้าอก
• ชัก
• ระดับน้ำตาลต่ำหรือสูงผิดปกติ
• สุขภาพต้องมาก่อนเสมอ
• ไม่ควรลดขนาดยาเอง
• ไม่ควรข้ามมื้อยาเอง
• ไม่ควรเลื่อนเวลายาโดยไม่ปรึกษาแพทย์
• ควรพบแพทย์ก่อนเริ่มถือศีลอด
• ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
การถือศีลอดในช่วง Ramadan เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว การดูแลสุขภาพต้องมาก่อนเสมอ การปรับเวลากินยาเองอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนตัดสินใจปรับยา เพราะการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง คือหนทางที่ปลอดภัยที่สุดในการปฏิบัติศาสนกิจควบคู่กับการรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ