Breast Cancer Symptoms
อย่ารอให้เจ็บ…แล้วค่อยตรวจ เพราะมะเร็งเต้านมระยะแรกอาจไม่มีอาการ มะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่ผู้หญิงควรให้ความสำคัญ เพราะในระยะแรกอาจไม่มีอาการผิดปกติที่สังเกตได้ชัดเจน การรู้จักความเปลี่ยนแปลงของเต้านมและเข้ารับการตรวจอย่างเหมาะสม จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการช่วยค้นหาความผิดปกติให้เร็วขึ้น

เช็กให้ชัวร์ กับ 6 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
หากพบความเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
1. คลำพบก้อนหรือบริเวณที่แข็งผิดปกติ
โดยเฉพาะก้อนบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้ แม้จะไม่รู้สึกเจ็บก็ควรตรวจ เพราะมะเร็งเต้านมจำนวนมากอาจไม่ทำให้เกิดอาการปวดในระยะแรก
2. เต้านมมีขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยนไป
หากเต้านมข้างใดข้างหนึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด หรือมีความผิดปกติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ควรสังเกตและปรึกษาแพทย์
3. ผิวหนังบริเวณเต้านมเปลี่ยนแปลง
เช่น ผิวแดง บวม หนาขึ้น มีรอยบุ๋ม รอยย่น ผิวคล้ายเปลือกส้ม หรือมีผื่นผิดปกติ
4. หัวนมเปลี่ยนแปลง
เช่น หัวนมบุ๋มเข้าไปผิดปกติ เปลี่ยนทิศทาง หรือมีลักษณะที่เปลี่ยนไปจากเดิม
5. มีของเหลวหรือเลือดออกจากหัวนม
โดยเฉพาะสารคัดหลั่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้นม ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ
6. พบต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้โตผิดปกติ
ความผิดปกติบริเวณรักแร้อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
ไม่มีอาการ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง
สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ “มะเร็งเต้านมระยะแรกอาจไม่มีอาการ” ดังนั้นการรอให้คลำพบก้อนหรือมีอาการก่อนจึงค่อยตรวจ อาจทำให้พลาดโอกาสในการค้นหาความผิดปกติระยะเริ่มต้นได้
การตรวจคัดกรอง เช่น “การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram)” สามารถช่วยตรวจหาความผิดปกติของเต้านมได้ก่อนที่จะเกิดอาการในบางกรณี และการตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมักช่วยให้สามารถเริ่มการรักษาได้เร็วขึ้น
คลำพบก้อน…ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป
ก้อนหรือความเปลี่ยนแปลงของเต้านมจำนวนมากไม่ได้เกิดจากมะเร็ง แต่ทุกความผิดปกติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม การตรวจโดยแพทย์และการตรวจภาพทางการแพทย์ตามความเหมาะสม จะช่วยแยกสาเหตุที่ไม่ร้ายแรงออกจากความผิดปกติที่จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมได้
เพราะการรู้เร็ว…มีความหมาย
อย่าปล่อยให้ความกลัวทำให้เราเลื่อนการตรวจ สังเกตความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ตรวจคัดกรองตามความเหมาะสม และพบแพทย์เมื่อมีความผิดปกติ เพราะการใส่ใจตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นก้าวสำคัญในการค้นพบโรคให้เร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสในการรักษาอย่างทันท่วงที